นิทานพื้นบ้าน หนูกับแมว

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง หนูกับแมว แต่ก่อนนั้นแมวไม่เคยกินหนูเลย เพราะแมวกับหนูเป็นเพื่อนรักกัน ดังคำสัญญาที่ต่างฝ่ายต่างให้ไว้ต่อกันว่า “เพื่อนจะไม่ยอมทิ้งกันในยามยาก” อยู่มาวันหนึ่งแมวอยากจะกินนก จึงชวนหนูออกไปจับนกที่กลางทุ่ง “หนู วันนี้เราไปเที่ยวที่กลางทุ่งกันดีมั๊ย ข้าจะไปหานกกิน แล้วแกก็ไปหาข้าวกิน กลางทุ่งนามีข้าวเต็มไปหมด” ซึ่งหนูเห็นดีด้วยเพราะเป็นหน้าเกี่ยวข้าว จึงเดินไปด้วยกัน เมื่อมาถึงกลางทุ่ง แมวก็ไปนั่งแอบอยู่ที่คันนา พอนกบินมาเกาะที่คันนา แมวก็จับนกกินอย่างสนุกสนาน ส่วนหนูก็ไปนั่งที่กลางนาเก็บข้าวกินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ไม่นานฝนก็ตกลงมาอย่างหนักจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ หนูกับแมวไม่รู้จะทำอย่างไรกันดี จึงได้แต่ตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด บังเอิญมีเรือไม้เก่าๆ ไหลมาตามน้ำ แมวรีบร้องตะโกนบอกให้หนูมาขึ้นเรือ แล้วต่างตัวต่างก็ปีนขึ้นเรือได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเรือไม้เก่าลำนั้นก็พาหนูกับแมวไหลไปตามน้ำเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย … Continue Reading →


นิทานพื้นบ้าน นายคดกับนายซื่อ

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง นายคดกับนายซื่อ นิทานพื้นบ้านเรื่องนี้น่าสนใจมากครับลองดูกับเลย …นานมาแล้ว มีชายหนุ่มสองคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เป็น เพื่อนรักกัน และออกไปทำมาหากินต่างบ้านต่างเมืองเหมือนกัน คนหนึ่งไปทำงานเป็นลูกจ้างของพ่อค้ามีชื่อว่า นายคด ผู้มีนิสัยคดโกงไปเสียทุกอย่าง ทั้งโกงตาชั่งและโกงเงิน ส่วนอีกคนหนึ่งไปทำงานเป็นลูกจ้างของเศรษฐีมีชื่อว่า นายซื่อ ผู้มีใจซื่อสัตย์และขยันหมั่นเพียร จนกระทั่งลูกสาวเศรษฐีกับนายซื่อเกิดรักใคร่ชอบพอซึ่งกันและกัน พอเศรษฐีทราบเรื่องจึงคิดลองใจชายหนุ่มว่าจะรักลูกสาวของตนจริงหรือไม่ “เจ้า อยากได้ลูกสาวของข้าไปเป็นคู่ครองใช่หรือไม่” เศรษฐีถาม พร้อมยื่นข้อเสนอให้นายซื่อ “ถ้าเจ้าอยากได้ เจ้าจะต้องฝนทั่งให้เป็นเข็ม” นายซื่อรักลูกสาวเศรษฐีจึงรับคำอย่างเต็มใจ แล้วเตรียมหาก้อนหินมาไว้หลายๆก้อน จากนั้นจึงเริ่มลงมือฝนแต่ฝนไปได้เพียงนิดเดียว เศรษฐีก็มองเห็นความตั้งใจและความเพียรของชายหนุ่มที่จะต้องประสบความสำเร็จ ในสักวันหนึ่ง จึงยอมยกลูกสาวให้ … Continue Reading →


นิทานพื้นบ้าน สระหนองเอี้ยง

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง สระหนองเอี้ยง ในครั้งพุทธกาล เมื่อพระพุทธองค์มีพระชนมายุ 60 พรรษา พระองค์ทรงคิดถึงเวลาที่ใกล้จะเสด็จปรินิพพาน จึงมีดำริที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาในนานาประเทศดังนั้น พระพุทธองค์พร้อมด้วยพระอานนท์และพระอรหันตสาวกจึงได้เสด็จสู่แดนสุวรรณภูมิ ทุกแห่งที่พระพุทธองค์เสด็จไปถึง พระองค์จะทรงมอบพระเกศาธาตุมาบรรจุไว้ ณ สถานที่แห่งนั้น จนกระทั่งพระองค์เสด็จมาถึงเมืองภูกามยาว หรือ เมืองพะเยาในปัจจุบัน และยังได้ประทับ ณ จอมดอยลูกหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมฝั่งสระหนองเอี้ยง นายช่างทองที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านได้จัดอาหารมาถวายแด่พระพุทธองค์และพระ อรหันตสาวก พระพุทธองค์ได้มอบพระเกศาธาตุ 1 เส้นแก่พระอานนท์ ซึ่งพระอานนท์ได้นำไปมอบให้แก่นายช่างทอง แล้วนายช่างทองก็นำพระเกศาธาตุบรรจุไว้ในกระบอกไม้รวก จากนั้นจึงทำผอบแก้ว ผอบทองคำ ผอบเงิน … Continue Reading →


นิทานพื้นบ้าน ปฏิภาณไหวพริบกับวิชาความรู้

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง ปฏิภาณไหวพริบกับวิชาความรู้ กล่าวถึงชายหนุ่มสี่คนพี่น้องที่ตั้งใจจะไปศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคมจากพระ ฤษีจึงจัดเตรียมเสบียงอาหารพากันออกเดินทางไปพบกับพระฤษีผู้มีมนต์วิเศษใน ป่าลึก ซึ่งพระฤษีก็รับทั้งหมดเป็นลูกศิษย์ สั่งสอนเวทมนตร์วิเศษให้จนครบถ้วนบริบูรณ์ ครั้นถึงเวลากลับบ้านพี่น้องทั้งสี่คนก็กราบลาพระฤษีแล้วออกเดินทางกลับบ้านเมือง ของตน ระหว่างทางพี่ชายคนโตไปพบกับกระดูกกองใหญ่กองหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าเป็นโครงกระดูกของอะไร ด้วยความอยากรู้ทุกคนจึงช่วยกันต่อโครงกระดูกเหล่านั้นจนรู้แน่ว่ากระดูกกอง นี้เป็นเสือโคร่ง ฝ่ายพี่คนที่สองอยากลองวิชาวิเศษที่ได้ร่ำเรียนมาจึงเป่าคาถาใส่โครง กระดูกเสือโคร่ง ทันใดนั้นโครงกระดูกเสือโคร่งก็มีเนื้อมีหนังปรากฏขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ครั้นพี่ชายคนที่สามเห็นก็อยากลองวิชาชุบชีวิตที่ตนได้เรียนมาบ้าง จึงเริ่มท่องคาถาวิเศษ เมื่อน้องคนเล็กที่ไม่มีวิชาวิเศษติดตัว เห็นพวกพี่ๆกำลังจะชุบชีวิตเสือโคร่งขึ้นมา จึงร้องเตือน “ช้าก่อนพี่ๆ ทั้งหลาย นี่มันเป็นเสือโคร่งนะ เป็นสัตว์ดุร้าย ถ้าพวกพี่เป่าคาถาให้เสือมีชีวิตขึ้นมา มันจะต้องกัดกินพวกเราทุกคนอย่างแน่นอน” น้องคนเล็กอธิบาย แต่พี่ชายทั้งสามคนไม่ยอมฟังคำเตือนกลับพากันพูดต่อว่าน้อง … Continue Reading →


นิทานพื้นบ้าน คนมีโชค

นิทานพื้นบ้าน เรื่อง คนมีโชค กล่าวถึงสาวงามนางหนึ่ง ผู้มีเสน่ห์ตรึงตราตรึงใจ ชายหนุ่มหลายคนต่างหลงใหลรักใคร่แต่นางเป็นหญิงที่คิดดี ประพฤติดี รู้จักรัก รู้จักเลือกจึงยังไม่รับรักจากชายใด วันหนึ่งมีชายหนุ่มที่แสนดีและขยันหมั่นเพียรมาหลงรักนางและสามารถเอาชนะใจ นางได้ สองหนุ่มสาวจึงตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข วันเวลาแห่งความสุขผ่านไปไม่นาน สามีของนางก็ล้มป่วยและตายจากกันไป สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับนางยิ่งนักแต่ด้วยความรักที่มีต่อสามี นางจึงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะไม่ขอมีความรักกับชายใดอีก และจะขออยู่เป็นหม้ายไปตลอดชีวิต ดังนั้น เมื่อเผาศพของสามีเรียบร้อยแล้ว นางจึงเก็บกะโหลกศีรษะของสามีไว้บนหัวนอนเพื่อกราบไหว้ก่อนนอนทุกคืน จนกระทั่งความรักความซื่อสัตย์ของนางเป็นที่กล่าวขานเล่าลือกันไปทั่วทั้ง หมูบ้าน หนุ่มๆทั้งหลายต่างก็ปรารถนาที่จะได้นางมาครอบครอง แต่ด้วยความรักที่มั่นคงนางจึงไม่สนใจผู้ใดทั้งสิ้น กล่าวถึงชายหนุ่มคนหนึ่งผู้มีสติปัญญาล้ำเลิศปรารถนาจะได้นางมาเป็นคู่ ครองเช่นเดียวกับชายหนุ่มทั้งหลาย จึงมุ่งมั่นคิดหาวิธีเอาชนะใจนางจนกระทั่งหาวิธีได้สำเร็จ เขาจึงไปหากะโหลกศีรษะมาอันหนึ่ง แล้วนำผ้ามาห่อไว้อย่างเรียบร้อย ครั้นถึงเวลากลางคืน … Continue Reading →


นิทานพื้นบ้าน คนแจวเรือจ้างกับนักศึกษา

มีนักศึกษาผู้คงแก่เรียนคนหนึ่ง ได้ทำการว่าจ้างเรือแจวให้พาข้ามฟาก ในขณะที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆดูมืดครึ้ม และลมเริ่มพัดจนน้ำเกิด เป็นระลอกคลื่นเล็กๆ เรือแจวได้แล่นไปอย่างช้าๆ จนเมื่อเรือได้เข้าสู่กระแสน้ำอันเชี่ยวกราด คนแจวเรือจึงต้องใช้ความ อย่างระมัดระวังเป็นอย่างมาก ส่วนฝ่ายนักศึกษานั้นกำลังนั่งก้มหน้าหนังสือเล่มใหญ่อยู่ จนในที่สุดนักศึกษาก็ได้เงยหน้าขึ้นมาจากตำราแล้วมองไปยังคนแจวเรือ “ลุงๆเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์บ้างไหม?” นักศึกษาเอ่ยถามขึ้น “ไม่เคยเลยครับ” คนแจวเรือจ้างตอบด้วยนำ้เสียงที่แผ่วเบา “ถ้างั้นลุงก็พลาดโอกาสเสียแล้วหละ ในหนังสือประวัติศาสตร์นะลุง เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าอ่าน มีเรื่องของกษัตริย์และราชินีในสมัยอดีต รวมถึงเรื่องของสงคราม การต่อสู้ ทำให้เราสามารถรู้ว่าคนในสมัยโบราณ ใช้ชีวิตกันแบบไหน แต่งกายกันอย่างไร ประวัติศาสตร์จะบอกให้ได้รู้ถึงความเจริญและความเสื่อมลงของชนชาติต่างๆ ทำไมลุงไม่อ่านประวัติศาสตร์บ้างเล่า?” “ผมไม่เคยเรียนหนังสือครับ” คนแจวเรือตอบ คนแจวเรือก็ยังคงแจวเรือต่อไป ส่วนนักศึกษาก็ก้มหน้าอ่านตำราต่อไป … Continue Reading →


นิทานพื้นบ้าน เสือตีนโต

มีสามีภรรยาคู่หนึ่งมีอาชีพทำไร่ ต่อมาวันหนึ่งทั้งสองก็ต่างไปช่วยกัน ทำไร่เหมือนเช่นเคย ในวันนั้นทั้งคู่ไม่ได้ห่อข้าวไปกิน คิดว่าจะกลับไปกินข้าวกันที่บ้าน พอถึงช่วงบ่าย สองสามีภรรยาก็ชวนกันกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านสามีพูดกับภรรยาว่า “นี่น้อง รีบไปหาข้าวปลาอาหารมากินด้วยกันเถอะ วันนี้พี่หิวมากๆเลย” ฝ่ายภรรยานั้นเป็นคนที่ขี้เกียจ ไม่ชอบทำงานอยู่เป็นทุน จึงพลอยไม่ชอบหุงหาอาหารไปด้วย เมื่อได้ยินสามีพูดขึ้นมา จึงเดินเข้าไปยังห้องครัว แล้วเปิดหม้อข้าวดู ก็เห็นว่ามีข้าวเหลืออยู่ น่าจะพอแบ่งกันกินได้ จึงบอกกับสามีไปว่า “ข้าวมีอยู่แล้วพี่ กับข้าวของเมื่อตอนเช้าก็ยังมีอยู่ ถ้าพี่หิวก็มากินได้เลย” “เอางั้นก็ได้ น้องก็มากินพร้อมกันกับพี่เลยซิ” สามีพูด ทั้งคู่ต่างก็แบ่งข้าวกันกินคนละจาน ข้าวในหม้อจึงเหลืออีกเพียงเล็กน้อย ในขณเะนั้นเองได้มีเพื่อนคนหนึ่งมาที่บ้าน “เอ้ากำลังทำอะไรอยู่ละ” … Continue Reading →


นิทานอีสป เรื่อง คนขี้เหนียวกับทองคำ

ชายคนหนึ่งเป็นคนขี้เหนียว เขามักจะเอาสมบัติฝังดิน ไว้รอบๆ บ้านไม่ยอมนำมาใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์ ต่อ มาเขากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยถ้าฝังเงินทอง ไว้หลาย เเห่ง เขาจึงขายสมบัติทั้งหมดเเล้วซื้อทองคำเเท่งหนึ่ง มาฝังไว้ที่หลังบ้าน เเล้วหมั่นไปดูทุกวัน คนใช้ผู้หนึ่งสงสัยจึงเเอบตามไปดูที่หลังบ้าน เเล้วก็ขุด เอาทองเเท่งไปเสีย ชายขี้เหนียวมาพบหลุมที่ว่างเปล่าในวันต่อมาก็เสียใจ ร้องห่มร้องไห้ไปบอกเพื่อนบ้านคนหนึ่ง เพื่อนบ้านจึงเเนะนำประชดประชันว่า “ท่านก็เอาก้อนอิฐใส่ในหลุมเเล้วคิดว่าเป็นทองคำสิ เพราะถึงอย่างไรท่านก็ไม่เอาเอามาใช้อยู่เเล้ว”   คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “ของมีค่า ถ้าไม่นำมาทำให้เกิดประโยชน์ก็ย่อมเป็นของไร้ค่า”  


นิทานอีสป เรื่อง คนเลี้ยงแพะ

ขณะที่พาฝูงเเพะของตนไปหลบพายุในถ้ำ คนเลี้ยงเเพะก็พบ ฝูงเเพะป่าหลบอยู่ในถ้ำด้วยเช่นกัน “ฝูงเเพะป่านี้เป็นฝูงใหญ่ มีเเพะมากกว่าฝูงเเพะของเราหลาย เท่านัก เราน่าจะเอาเเพะป่าฝูงใหญ่ไปเลี้ยงเเทนฝูงเดิมดีกว่า” เมื่อคนเลี้ยงเเพะคิดได้ดังนั้นเเล้วก็นำเอาใบไม้ที่เตรียมมาไว้ให้ ฝูงเเพะเดิม ของตนไปให้ฝูงเเพะป่ากินจนหมด ครั้นเมื่อพายุสงบลง ฝูงเเพะป่าก็วิ่งออกจากถ้ำเข้าป่าไป ฝูงเเพะเดิมของตนไปให้ฝูงเเพะป่ากินจนหมด ครั้นเมื่อพายุสงบลง ฝูงเเพะป่าก็วิ่งออกจากถ้ำเข้าป่าไป ฝูงเเพะเดิมก็ตายกันหมดเพราะอดอาหาร คนเลี้ยงเเพะจึงได้เเต่นั่งร้องไห้ให้เพื่อนบ้านหัวเราะเยาะต่อไป คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “เห็นเเก่มิตรใหม่จนทอดทิ้งมิตรเก่า ก็จะไม่ได้ใครเลย”  


นิทานอีสป เรื่อง ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งเดินผ่านมาเห็นไก่ฟ้าเกาะอยู่บนกิ่งไม้ สูงข้างทาง มันอยากจะกินไก่ฟ้าเป็นยิ่งนักจึงคิดหาอุบายเเล้วเอ่ยขึ้นว่า “ไก่ ฟ้าเอ๋ย ท่านช่างเป็นสัตว์ที่งดงามนัก ปีกของท่านมีสีสัน สดใสหลายสี ปากก็งดงามไม่เหมือนใคร อยากรู้จังว่าถ้าท่าน หลับตา เเล้วยังจะงามอยู่หรือไม่” ไก่ฟ้าได้ฟังคำยกยอก็หลงเคลิบเคลิ้ม รีบหลับตาอวดทันที สุนัขจิ้งจอกก็รีบฉวยโอกาสนั้นกระโดดงับตัวไก่ฟ้าไว้ได้ เมื่อไก่ฟ้าพลาดท่า เเต่ก็ยังมีสติ จึงเอ่ยขึ้นว่า “จิ้งจอกเอ๋ย ก่อนตายข้าอยากฟังเสียงอันไพเราะของท่าน อีกครั้งได้ไหม” คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “คำยกยอปอปั้นทำให้คนหลงเคลิบเคลิ้มจนไม่ระวังตนได้เสมอ”